รายงานประจำปี 2561

การประเมินผลการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน
และโรคความดันโลหิตสูง

ผลการดำเนินงานของโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และสถานพยาบาลในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

1,072
โรงพยาบาลร่วมโครงการ
73,350
อาสาสมัคร (ราย)
36,793
ผู้ป่วยเบาหวาน (T2DM)
36,557
ผู้ป่วยความดันสูง (HT)

สรุปผล: โรคเบาหวานชนิดที่ 2 (T2DM)

ผลลัพธ์การดูแลรักษาตามตัวชี้วัดสำคัญ

การตรวจ HbA1c ประจำปี

ผู้ป่วยได้รับการตรวจวัดระดับน้ำตาลสะสมอย่างน้อย 1 ครั้งต่อปี

86.3%
เพิ่มขึ้น จาก 80.8% (ปี 58)

ควบคุม HbA1c < 7%

สัดส่วนผู้ป่วยที่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

31.5% Quality Goal

การตรวจเท้าละเอียด

คัดกรองความเสี่ยงเพื่อป้องกันการถูกตัดอวัยวะส่วนล่าง

71.2%

เจาะลึกข้อมูล T2DM:

กลุ่มอายุ: ผู้ป่วยสูงอายุ (70+) ควบคุม HbA1c ได้ดีที่สุดถึง 47.4% เมื่อเทียบกับกลุ่มวัยทำงาน

สิทธิการรักษา: สิทธิกรมบัญชีกลางมีแนวโน้มควบคุมน้ำตาลได้ดีกว่าสิทธิประกันสังคมและบัตรทอง

คัดกรองจอประสาทตา: อัตราการเข้าถึงการตรวจจอประสาทตาพุ่งสูงขึ้นเป็น 68.5% ในปี 2561

การควบคุม LDL: ระดับไขมัน LDL < 100 mg/dL ทำได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องถึง 49.2%

สรุปผล: โรคความดันโลหิตสูง (HT)

ประสิทธิภาพการควบคุมความดันโลหิตและภาวะแทรกซ้อน

การควบคุมความดันโลหิต

ควบคุมได้ < 140/90 (ล่าสุด) 62.7%
ควบคุมได้ 2 ครั้งติดต่อกัน 45.5%
ควบคุมได้ 3 ครั้งติดต่อกัน 36.6%

ภาวะแทรกซ้อนที่พบ

Stroke (หลอดเลือดสมอง)
4.3%
CVD (หัวใจและหลอดเลือด)
5.4%
Kidney (ภาวะแทรกซ้อนทางไต)
13.4%

ตัวชี้วัดแยกตามหน่วยบริการ

ประเภทโรงพยาบาล Process Indicator* Outcome Indicator** BP Control
รพช
โรงพยาบาลชุมชน
42.9% 6.7% 69.3%
รพท
โรงพยาบาลทั่วไป
35.0% 6.9% 64.0%
รพศ
โรงพยาบาลศูนย์
29.4% 6.5% 60.6%
สต
รพ.สต. (ตัวอย่าง 107 แห่ง)
35.0% 6.5% 69.5%

บทสรุปและข้อเสนอแนะจากการประเมิน

ปัจจัยเสี่ยงในการควบคุม

ผู้ป่วยอายุน้อย/วัยทำงาน: มีอัตราการควบคุม HbA1c ได้ ต่ำกว่า ผู้ป่วยสูงอายุ เนื่องจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการทำงาน

ความแตกต่างทางเพศ: เพศหญิงมีสถิติการควบคุมระดับน้ำตาลได้ น้อยกว่า เพศชายอย่างมีนัยสำคัญ

แนวทางพัฒนาคุณภาพ

การจัดการภาวะอ้วน: ผู้ป่วยที่มี BMI > 30 ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เพราะส่งผลโดยตรงต่อการควบคุมความดันโลหิต

เสริมสร้างความเข้มแข็ง รพ.สต.: ข้อมูลชี้ชัดว่า รพ.สต. มีศักยภาพสูงในการควบคุมความดันโลหิต (BP) ควรสนับสนุนงบประมาณต่อเนื่อง